บทที่ 2 คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เวลาผ่านไปหลายปี

เด็กชายตัวเล็กที่เคยนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านเติบโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบสามปี ส่วนเด็กหญิงตัวเล็กที่เคยวิ่งข้ามถนนมาหาเขาพร้อมน้ำตาและผมเปียยุ่ง ๆ ก็โตขึ้นเช่นกัน

เตมินทร์ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง ทิชาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า และแม้จะผ่านมาหลายปี กิจวัตรบางอย่างของพวกเขาก็ยังเหมือนเดิม

ทุกเช้า ทิชาจะออกมายืนรออยู่หน้าบ้าน และทุกเย็น ทั้งคู่จะเดินกลับบ้านด้วยกัน บางวันเตมินทร์ต้องถือกระเป๋าให้เธอ บางวันชาจะเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังไม่หยุด และบางวัน เตมินทร์ก็แค่เดินฟังเงียบๆ โดยไม่ได้พูดอะไร

สำหรับทิชา แค่มีพี่มินทร์เดินอยู่ข้างๆ แค่นั้นก็ทำให้เธออยากตื่นเช้าไปโรงเรียนทุกวัน และตั้งแต่จำความได้ คนที่เดินกลับบ้านข้างเธอก็มีแค่พี่มินทร์ เธอจึงคิดว่ามันคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน

จนกระทั่งเตมินทร์ขึ้นมัธยม…

โลกของเตมินทร์เริ่มกว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขามีเพื่อนกลุ่มใหม่ มีสนามฟุตบอลประจำ มีเรื่องให้คุยกับเพื่อนทุกวัน มีทั้งเสียงหัวเราะและกิจกรรมมากมายที่ทำให้เวลาในแต่ละวันหมดไปอย่างรวดเร็ว และเขาไม่รู้ตัวเลยว่า ในขณะที่โลกของเขากำลังขยายออก โลกของเด็กหญิงอีกคนยังคงมีเขาอยู่ตรงกลางเหมือนเดิม

เช้าวันจันทร์วันหนึ่ง เตมินทร์ลืมตาตื่นช้ากว่าปกติ

เสียงแม่ดังขึ้นจากชั้นล่าง “มินทร์! ตื่นหรือยังลูก!”

เด็กหนุ่มสะดุ้ง รีบหันไปมองนาฬิกา “ครับแม่!”

เขากระโดดลงจากเตียง รีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะคว้ากระเป๋านักเรียนก่อนจะวิ่งลงมาข้างล่าง แต่ทันทีที่เดินออกมาหน้าบ้าน กลับไม่เห็นเด็กหญิงที่มักจะยืนรอเขาอยู่ตรงประตูรั้วเหมือนทุกวัน

“ชาไปแล้วเหรอครับ?”

แม่ที่กำลังถือถุงขยะเดินออกมาพอดีหันมามอง

“หนูชาน่ะเหรอ แม่เห็นมายืนรอลูกตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนแล้ว”

เตมินทร์ชะงัก “แล้วทำไมไม่เรียกผมครับ?”

ผู้เป็นแม่หัวเราะ “ก็ลูกชายตัวดีของแม่เพิ่งตื่น จะให้หนูชารอลูกต่อได้ยังไง เดี๋ยวก็สายกันพอดี”

มินทร์หันไปมองบ้านฝั่งตรงข้าม ประตูรั้วปิดสนิทแล้ว “งั้นผมไปก่อนนะครับ”

“ไปดีๆ ลูก”

เตมินทร์รีบวิ่งออกไป เขาไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนั้นมากนัก สำหรับเขา มันก็แค่เช้าวันหนึ่งที่เขาตื่นสาย และชาไปโรงเรียนก่อนเท่านั้น

แต่สำหรับทิชา...มันไม่ใช่แค่เรื่องนั้น ตอนที่เธอยืนรออยู่หน้าบ้าน เธอยังแอบมองนาฬิกาอยู่หลายครั้ง คอยชะเง้อมองประตูบ้านฝั่งตรงข้ามทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเปิดประตู จนสุดท้ายแม่ของพี่มินทร์เดินออกมาบอกว่าเขายังไม่ตื่น

เธอเดินออกมาเพียงลำพัง ทั้งที่ปกติแล้ว คนที่เดินอยู่ข้าง ๆ เธอมักเป็นเขา ครั้งแรกที่เธอต้องเดินไปโรงเรียนคนเดียวโดยไม่มีพี่มินทร์ ทำเอาเด็กหญิงรู้สึกเหงาๆ อย่างบอกไม่ถูก

เย็นวันนั้น ทิชายังคงยืนรอเขาอยู่หน้าโรงเรียน เพียงแค่เห็นเตมินทร์เดินออกมาพร้อมกลุ่มเพื่อน รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหญิงทันที เหมือนกับว่าเรื่องเมื่อเช้าไม่เคยเกิดขึ้น

“พี่มินทร์!”

“อ้าว ชา”

“กลับบ้านกันเถอะ”

ทิชาขยับเข้าไปยืนข้างเขาตามความเคยชิน แต่คราวนี้เตมินทร์กลับเหลือบมองกลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่ไม่ไกล

“ชา กลับไปก่อนเลย”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหญิงค่อย ๆ จางลง “ทำไมล่ะ?”

“พี่จะเล่นบอลกับเพื่อนก่อน”

“แต่...เรากลับบ้านด้วยกันทุกวันนี่”

“วันนี้พี่อยากเล่นบอล”

เขาพูดออกมาเฉยๆ โดยไม่ได้คิดอะไร แต่สำหรับเด็กหญิงวัยสิบขวบ คำว่า “กลับไปก่อน” กลับฟังดูเหมือนเธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

“ชาไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่กลับเอง”

ทิชายืนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “อือ ก็ได้”

เธอหันหลังเดินออกไป ช้ากว่าตอนที่เดินเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด แต่เตมินทร์ไม่ได้สังเกต

เขาหันกลับไปหาเพื่อนทันที “ไปเหอะ” แล้วเดินออกไปพร้อมเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ

โดยไม่รู้เลยว่าเด็กหญิงที่เพิ่งเดินจากไปกำลังพยายามกลั้นน้ำตาอยู่

วันต่อมา ทิชายังคงมายืนรอหน้าบ้าน แต่คราวนี้เธอไม่ได้ยืนตรงประตูรั้วเหมือนทุกวัน เธอยืนอยู่ตรงบันไดหน้าบ้านแทนเหมือนกำลังลังเลว่า วันนี้ควรรอเขาไหม สุดท้ายแม่ของเตมินทร์ออกมาเห็นเธอพอดี

“ชา วันนี้มินทร์ออกไปกับเพื่อนแล้วนะลูก”

เด็กหญิงชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ”

วันนั้นตอนเย็น เธอไม่ได้ถามว่าพี่มินทร์จะกลับพร้อมเธอหรือเปล่า เพราะคำตอบคงเหมือนเดิม

วันที่สาม หลังเลิกเรียน ทิชายังคงเดินมาหามินทร์เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้วิ่งเข้าไปหาแบบวันแรก เด็กหญิงเดินช้า ๆ มาหยุดอยู่ห่างจากกลุ่มเพื่อนของเขาไม่กี่ก้าว

มือเล็กกำสายกระเป๋าแน่น เธอยืนรอจนเตมินทร์หันมาเห็น

“พี่มินทร์ วันนี้กลับบ้านด้วยกันไหม?”

เตมินทร์ทีี่กำลังหัวเราะกับเพื่อนอยู่ หันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนตอบ

“วันนี้พี่มีนัดซ้อมบอลอีกแล้ว ชากลับก่อนนะ”

ทิชาพยักหน้าเงียบ นิ้วที่กำลังรัดสายกระเป๋าอยู่กำแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนเด็กหญิงจะหันหลังเดินออกไป

เด็หนุ่มมองตามอยู่ครู่หนึ่ง แต่เพียงไม่กี่วินาที เพื่อนก็เรียกชื่อเขา

“ไอ้มินทร์ มาเร็ว!”

“เออๆ เดี๋ยวไป” เขาหันกลับไป

และเรื่องของทิชาก็ถูกวางไว้ข้างหลังอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป